Monday, September 26, 2022
Homeข่าวสารสาระอดีตพนักงาน JSL ร้องปมถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

อดีตพนักงาน JSL ร้องปมถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

อดีตพนักงาน JSL ร้องปมถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

วันที่ 3 มิ.ย.65 อดีตพนักงานบริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด จำนวน 37 คน ที่ระบุว่าถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม เข้าปรึกษาข้อกฎหมายกับนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ จากกรณีเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด ประกาศปิดตัว

ตัวแทนอดีตพนักงาน เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด 89 คน ในจำนวนนั้นมี 10 คน ที่ยินยอมรับเงินชดเชยไปแล้ว ส่วนอีก 79 คน ไม่ยอมรับเงินชดเชย เพราะทางบริษัทฯ จะจ่ายให้กับพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง เพียงร้อยละ 16 ของเงินชดเชยทั้งหมดตามกฎหมาย

ตัวแทนอดีตพนักงาน กล่าวว่า ยอดเงินชดเชยเลิกจ้างที่ทางบริษัทต้องจ่ายให้ รวมเป็นเงินกว่า 31 ล้านบาท แต่ทางบริษัทบอกว่าจะให้เงิน 5 ล้านบาท ให้ไปแบ่งกันเอาเอง จึงเห็นว่าไม่เป็นธรรม เป็นการเอาเปรียบ และโดยเฉพาะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ทั้งๆ ที่ที่ผ่านมา พนักงานยอมบริษัททุกอย่าง ไม่ว่าจะลดเงินเดือน, หักเงินเบี้ยเลี้ยง, หักเงินค่าล่วงเวลา และการแบ่งจ่ายเงินเดือน เพราะเข้าใจว่าเศรษฐกิจไม่ดี บริษัทประสบปัญหา ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามนโยบายของบริษัท เพื่อให้บริษัทอยู่รอด เพราะถือเป็นบ้านอีกหลังที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่สุดท้ายก็มาถูกเท เลิกจ้างแบบไม่ทันตั้งตัว ต้องกลายเป็นคนตกงานโดยไม่รู้ตัว จึงมาปรึกษากับนายเดชา เพื่อขอคำปรึกษาเพื่อดำเนินการทางกฎหมายและทวงคืนความยุติธรรม

ด้านนายเดชา กล่าวว่า การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง จะต้องจ่ายเงินชดเชยตามที่กฎหมายกำหนดทันที การที่ทางบริษัทฯ ไม่จ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างตามหลักเกณฑ์ ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 123 กรณีนายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิการได้รับเงินอย่างใดอย่างหนึ่งตามพระราชบัญญัตินี้ และลูกจ้างมีความประสงค์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตาม พระราชบัญญัตินี้ ให้ลูกจ้างมีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ ตามแบบที่อธิบดีกำหนด

นายเดชา กล่าวว่า กรณีนี้อาจจะมีผู้เข้าข่ายความผิด 3 กลุ่ม คือ บริษัทฯ, กรรมการบริษัทผู้มีอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจในการเลิกจ้าง

นายเดชาให้คำแนะนำว่า เบื้องต้น อดีตพนักงาน บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด ควรไปยื่นต่อพนักงานตรวจแรงงานก่อน เพื่อเรียกร้องเงินชดเชยเลิกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการฟ้องศาลแรงงาน กรณีที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งจะต้องฟ้องแยกอีกส่วน นายเดชาจะช่วยเหลือทางคดีต่อไป

ในวันพรุ่งนี้ (4 ก.ค.65 ) เวลา 09.00 น. อดีตพนักงานจะรวมตัวกันไปยื่นหนังสือร้องเรียนที่สำนักสวัสดิการคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 4 ต่อไป

ที่มา เพจ กรรมกรข่าว

ผลจะเป็นอย่างไร – รอ jsl ออกมาชี้แจงว่า เป็นไปตามข่าวหรือไม่ จะเสนอให้ทราบทั้ง 2 ทาง ถิอเป็นกรณีศึกษา ฯว่าหากเป็นไปตามที่พนักงานชี้แจง สามารถทำได้หรือไม่ เพื่อควาทเป็นกรรมกันทุกฝ่าย

JSL ตอบแล้ว

5 กรกฎาคม 2565 บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด ออกแถลงการณ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กถึงเรื่องเงินชดเชยของพนักงานโดยระบุว่า ทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ และยังมีความตั้งใจที่จะจ่ายให้ครบจำนวนตามที่กฏหมายกำหนดไว้ แต่เนื่องด้วยภาวะการขาดกระแสเงินสดฉับพลันและยังไม่สามารถหาเงินมาให้ทันกับค่าชดเชยที่ต้องจ่ายเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน

ทางบริษัทจึงจำเป็นต้องแจ้งพนักงานทุกคนตามความเป็นจริงเรื่องจำนวน % ที่บริษัทสามารถจ่ายให้ได้ ณ วันนั้น อย่างไรก็ดี บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องเงินชดเชยที่ขาด และได้พยายามหลายวิธีเพื่อการหาเงินมาจ่ายให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพราะทราบความเดือดร้อนของพนักงานทุกคน และตามกระบวนการที่ควรจะเป็น คือ

บริษัทและพนักงานต้องมีการคุยเจรจากันก่อนที่จะไปถึงกระบวนการของสำนักงานแรงงาน แต่ด้วยข้อจำกัดที่บริษัทมีขณะนั้นเราจึงไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดการจ่ายชดเชยที่เหลือได้ ทางบริษัทต้องขออภัยในความล่าช้าและทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจนเกิดเหตุการณ์ตามข่าว ทางบริษัทขอชี้แจงกระบวนการการจัดสรรงบประมาณในการจ่ายเงินชดเชยที่จะมีการดำเนินการต่อไป ดังนี้

จากเงินชดเชยทั้งหมด 32 ล้านบาท เราได้แจ้งพนักงานไปแล้วว่าในวันที่บริษัทปิดกิจการลง เราสามารถจ่ายชดเชยให้ได้ในจำนวน 16% ของยอดทั้งหมด ซึ่งเป็นยอดกว่า 5 ล้านบาท เราจึงขอให้พนักงานมารับงวดแรก 16% นี้ไปก่อนเพื่อบรรเทาความลำบากของทุกคน

และในสิ้นเดือน ก.ค.นี้ ทางบริษัทจะหาเงินมาเพิ่มให้อีก 9% รวมของเดิมจะเป็น 25% ของยอดชดเชยทั้งหมด หลังจากนั้น ทุก ๆ สิ้นเดือนบริษัทก็จะพยายามหาเงินมาจ่ายชดเชยให้ต่อไปอีกตามกำลังที่มี

ทางบริษัทยินดีพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปให้เหมาะสมที่สุดที่เป็นไปตามกระบวนการของกฏหมายแรงงานทุกประการ จึงขอความร่วมมือจากพนักงานทุกคนในการเข้ามาร่วมเจรจาหาข้อสรุปร่วมกันเพื่อพวกเราทุกคนจะได้เดินหน้าต่อและไม่มีความบาดหมางใจต่อกัน

บริษัทไม่เคยมีเจตนาที่จะละทิ้งความรับผิดชอบต่อพนักงานทุกคน แต่ด้วยสถานการณ์ที่ยากลำบากที่ไม่สามารถเดินต่อได้ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ที่ทำให้ทุกคนต้องเสียขวัญและกำลังใจ บริษัทหวังว่าด้วยความจริงใจที่มีต่อพนักงาน และความร่วมมือระหว่างกัน เราจะสามารถช่วยกันแก้ไขปัญหายากลำบากนี้ให้ลุล่วงไปด้วยกันได้

RELATED ARTICLES

Most Popular